รีวิวนิยายสั้นๆ วันนี้เป็นนิยายเรื่องทะเลแปร

นิยายเรื่องทะเลแปร ผลงานจากปลายปากกาของนักเขียนชื่อดังที่หลายๆคนให้การยอมรับอย่างว.วินิจฉัยกุลจะพาคุณไปสัมผัสกับเรื่องราวความรักเข้มข้นอีกรูปแบบหนึ่งที่แม้จะเริ่มอย่างสวยหรู แต่ทว่าจะจบอย่างสมหวังหรือไม่ ตามเอาใจช่วยนางเอกว่าจะสามารถต่อสู้กับโลกแห่งความเป็นจริงได้หรือไม่ เมื่อชีวิตไม่เป็นดั่งตอนจบนิยายที่เมื่อพระเอกนางเอกได้แต่งงานกัน ชีวิตก็สุขสมหวัง มาลุ้นว่าสุดท้ายบทสรุปของนิยายเรื่องทะเลแปรจะเป็นอย่างไรด้วยตัวคุณเอง

รีวิวนิยายสั้นๆ วันนี้เป็นนิยายเรื่องทะเลแปร เรื่องราวของนิยายทะเลแปรเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ทัตติยาลูกสาวนายแพทย์ หญิงสาวใสซื่อ บริสุทธิ์เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ในความคิดของเธอและโลกที่เธออยู่แวดล้อมด้วยความรักแท้ที่จริงใจ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเมื่อจารณ ชายหนุ่มนักธุรกิจฐานะดีขอเธอแต่งงานเธอจึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย โดยที่เธอไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของจารณเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งแม้ว่าพ่อแม่ของทัตติยาจะหวงแหนทัตติยาอย่างไร ก็พร้อมใจยินดีไปกับลูกสาวด้วยความที่จารณเป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมไปทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปสมบัติหรือทรัพย์สมบัติ อีกทั้งเขายังแอบซ่อนความร้ายกาจไว้ได้อย่างแนบเนียนจนไม่มีใครดูออก ในคืนแต่งงานคืนแรกทัตติยาถูกทิ้งให้นอนเดียวดาย เพราะเจ้าบ่าวของเธอฉลองสละโสดกับเพื่อนๆอย่างไม่ใยดีเธอ ชีวิตการแต่งงานของทัตติยาไม่สมหวังอย่างที่เธอคิด เมือบ่อยครั้งที่จารณคิดว่าเธอเป็นแค่ของประดับบ้านเพื่อความสวยงามและไว้สำหรับออกงานคู่กัน แต่ในความเป็นจริงเขามีทั้งสาวน้อยที่เลี้ยงไว้ อีกทั้งยังเจ้าชู้ไม่เลือกหน้ากับผู้หญิงทุกคน ทัตติยาได้แต่เก็บความชอกช้ำไว้ เธอพยายามที่จะเหนี่ยวรั้งชายหนุ่มให้หันมาสนใจเธอบ้าง แต่ก็กลับไร้ผล ในแต่ละวันทัตติยาได้แต่ใช้ชีวิตอย่างเปล่าเปลี่ยว มีเพียงคุณปู่ของจารณเท่านั้นที่สนใจใยดีเธอ และสุดท้ายเธอจึงตัดสินใจที่จะไปมีชีวิตของตนเอง แต่ทว่าจารณจะกลับตัวกลับใจได้หรือไม่ ตามหาคำตอบได้ใน นิยายเรื่อง “ทะเลแปร”

นิยายเรื่องทะเลแปรมีเนื้อหาที่เข้มข้นและผสมผสานไปด้วยความจริงแห่งชีวิตหลังการแต่งงานที่อาจจะเกิดขึ้นกับหลายๆคู่ พร้อมกับสอดแทรกข้อคิดในแง่ที่ว่าหากชีวิตการแต่งงานไม่เป็นดังหวัง การเลือกที่จะเดินออกมาจากหนทางที่อยู่ไปแล้วไม่มีความสุข น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ดังเช่นทัตติยาที่เติบโตขึ้นและตัดสินใจก้าวออกจากชีวิตที่ใครๆต่างอิจฉาเพราะเธอรู้สึกไม่มีความสุขกับชีวิตคู่แล้วนั่นเอง

หากผู้อ่านสนใจสั่งซื้อหรือขายนิยายเรื่องนี้ สามารถเข้าไปใช้บริการได้ที่ร้าน batorastore หรือคลิกที่ลิงค์นี้เลยค่ะ : http://www.batorastore.com/หนังสือ/นิยาย/แจ่มใส

เปิดร้านเครื่องสำอางควรมีสาขาเดียวหรือมีหลายสาขาดี

เปิดร้านเครื่องสำอางควรมีสาขาเดียวหรือมีหลายสาขาดีสวัสดีคนอยากรวยทุกท่านครับสำหรับบทความในตอนนี้ผมเองจะโฟกัสไปที่คำถามๆ หนึ่งของผู้ที่กำลังคิดจะเปิดร้านเครื่องสำอางครับนั่นก็คือหากเราคิดที่จะเปิดร้านเครื่องสำอางจริงๆ แล้วล่ะก็เราควรที่จะมีกี่สาขาดี

สำหรับผู้ที่ถามคำถามที่ว่านี้นั้นผมเองต้องชมเชยครับว่าเป็นคำถามที่ดีและเหมาะสมสำหรับผู้ที่มองการณ์ไกลและคิดการณ์ใหญ่แต่ผมเองนั้นก็อยากจะเตือนผู้ที่เริ่มจะทำธุรกิจเครื่องสำอางว่าเราเองคงไม่ต้องไปกะเกณฑ์ล่วงหน้าอะไรมากมายถึงขนาดนั้นหรอกครับเอาแค่สาขาเดียวให้รอดก่อนก็เพียงพอแล้วครับเพราะหากสาขาแรกของเราไปได้ดีอยู่รอดและมีกำไรมากมาย ดำเนินงานจนกระทั่งมีคนรู้จักทั้งมในโลกออนไลน์ ออฟไลน์แล้วการเปิดสาขาที่สอง สาขาที่สามหรือสาขาต่อๆ ไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยครับ

ในทางกลับกันหากเราคิดการณ์ใหญ่มากไปโดยที่ร้านเครื่องสำอางสาขาแรกของเรายังไม่เข้ารูป เข้ารอย คนยังไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไหร่แต่เราเองดันยไปขยายสาขาให้มากมายก็อาจจะเกิดความวุ่นวายและความอ่อนแอได้ครับและในที่สุดแล้วแทนที่จะเหลือร้านเครื่องสำอางที่พอจะอยู่เลี้ยงตัวเองรอดสักร้านไปๆ มาๆ ท้ายที่สุดแล้วเกรงว่าจะไม่เหลือสักร้านหนึ่งเลยต่างหากครับ

ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ถือเป็นเรื่องจริงแท้ที่ออกมาจากประสบการณ์ตรงของผมครับดังนั้นหากใครคิดที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านเครื่องสำอางหรือธุรกิจใดๆ ก็ตามควรที่จะเลือกทำจากเล็กไปใหญ่ ช้าๆ แต่มั่นคงดีกว่าครับ

ผู้หญิงยังคงชอบของถูก หนังสือมือสอง จึงกลายเป็นทางเลือกที่นิยม

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมขอนำทุกท่านเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการพาทุกท่านไปคุยเรื่องของผู้หญิงๆ กันบ้างครับแต่เรื่องของผู้หญิงๆ ที่ว่านี้ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับหนังสือมือสองอยู่เช่นเดิมเพราะเป็นเรื่องของพฤติการณ์การเลือกซื้อหนังสือมือสองของ “ผู้หญิง”

ผู้หญิงยังคงชอบของถูก หนังสือมือสอง จึงกลายเป็นทางเลือกที่นิยม                เรื่องพฤติการณ์การเลือกซื้อนิยายของผู้หญิงที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่การทำวิจัยที่ทำออกมาเล่นๆ นะครับเพราเป็นข้อมูลจากสำนักโพลชื่อดังแห่งหนึ่งของประเทสไทยที่ทำการสำรวจพฤติกรรมการเลือกซื้อหนังสือมือสองของผู้หญิงเมื่อปีที่ผ่านทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจดังนี้ครับ

กลุ่มผู้หญิงที่เลือกซื้อนิยายนั้นแบ่งได้เป็นสองกลุ่มคือกลุ่มวัยรุ่น 13-18 ปีและกลุ่ม 25-35 ปีโดยกลุ่มแรกนั้นจะเน้นไปที่นิยายสำหรับวัยรุ่นนิยายวัยทีน นิยายแนวรักๆ ใคร่ๆ รวมไปถึงนิยายวายต่างๆ ในขณะที่กลุ่มผู้หญิงอายุ 25-35 ปีนั้นโดยมากมักจะเป็นวัยทำงานดังนั้นนิยายของพวกเธอจึงโฟกัสไปที่ผลงานนักเขียนนิยายดังๆ โดยอาศัยจากการดูหนังดูละครในโทรทัศน์และไปตามหามาอ่าน

ส่วนพฤติกรรมการซื้อหนังสือมือสองนั้นโดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงกลุ่มแรกจะซื้อหนังสือมือสองมากกว่ากลุ่มผู้หญิงกลุ่มหลังในขณะที่กลุ่มผู้หญิงกลุ่มหลังนี้จะได้หนังสือที่เยอะกว่าเพราเนื่องจากว่าเธอทั้งหลายจะรอซื้อหนังสือในช่วงที่มีการจัดงาน sales หรือช่วงลดราคาตามงานออกบูธหนังสือต่างๆ โดยเฉพาะอิย่างยิ่งงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในบ้านเราที่จัดขึ้นปีละ 2 ครั้งงานนี้คนกลุ่มหลังจะใช้เงินค่อนข้างมากแต่ก็แลกมาด้วยการได้หนังสือมือสองมากมายมาอ่านทั้งปีครับ

นิยายที่ขายในร้านหนังสือออนไลน์ บ่อยครั้งถูกนำมาเขียนใหม่

สวัสดีคนรักในนิยายและตัวอักษรสำหรับร้านหนังสือออนไลน์ทุกท่านครับ เมื่อพูดถึงนิยายที่วางขายกันอยู่ทุกวันนี้ต้องยอมรับครับว่าพล็อตเรื่องนิยายส่วนใหญ่มักจะเป็นการก็อปี้หรือลอกเลียนมาจากนิยายดังๆ ที่เขาเขียนเอาไว้โดยนำเอามาดัดแปลงนิดๆ หน่อยๆ (ย้ำครับว่านิดๆ หน่อยๆ จริงๆ) แล้วใส่จินตนาการของตนเองในส่วนของดีเทลลงไปทำให้กลายมาเป็นนิยายเรื่องหนึ่งซึ่งผมมองว่าปริทธิภาพของนักเขียนนิยายสมัยนี้ดูด้อยกว่าสวมัยก่อนมากครับ

นิยายที่ขายในร้านหนังสือออนไลน์ บ่อยครั้งถูกนำมาเขียนใหม่นักเขียนนิยายสมัยก่อนนั้นกว่าจะได้นิยายตีพิมพ์เพื่อขายบนร้านหนังสือออนไลน์แต่ละเรื่องต้องนั่งหลังขดหลังแข็งคิดพล็อตเรื่องเอง วางโครงเรื่องเอง ลบำดับเนื้อหาของเรื่องให้เป็นระบบระเบียบโดยที่ไม่เคยลอกใครมาเลยนั่นแหละครับมันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลงานของนักเขียนนิยายรุ่นเก่าเป็นอมตะและโด่งดังมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

ผมเองเข้าใจความคิดของนักเขียนนิยายขายบนร้านหนังสือออนไลน์สมัยใหม่นี้ดำพอๆ กับที่เข้าใจความคิดสตีฟ จ้อบ ที่ว่าการดูงานของคนอื่นที่ทำเอาไว้มักจะทำพให้เกิดไอเดียตต่อยอดใหม่ๆ แต่สำหรับงานเขียนนิยายนั้นมันเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามครับเพราะเมือ่ไหร่ก็ตามที่เราได้อ่านผลงานของนักเขียนท่านอื่นแล้วรู้สึกว่าผลงานเขาดีเวลาเราจะเขียนงานของเราจริงๆ สมองของเราก็จะวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องของเขา นิยายของเขาสุดท้ายนิยายที่เขียนออกมาก็ไม่ต่างอะไรกับการลอกเขามานั่นเองครับดะงนั้นการไม่ต้องอ่านนิยายของนักเขียนท่านอื่นเพื่อหาไอเดียและลองหาไอเดียด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งหนังสือนิยายของคนอื่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ

ค่าของคน

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมจะขอพูดถึงนิยายเรื่องหนึ่งทีเป็นผลงานของโรสราเรนที่ใครๆ ต่างก็ทราบดีว่าเป็นนามแฝงหรือนามปากกาอีกอันหนึ่งของนักเขียนมือพระกาฬอย่างทมยันตีนั่นเองครับ
นิยายเรื่องที่ผมจะกล่าวถึงต่อไปนี้ต้องบอกเลยครับว่าเป็นนิยายสะท้อนจริยธรรมและสังคมที่ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในวงการนิยายไทยซึ่งเมื่อพูดมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะพอเดากันได้ว่าครับว่าเป็นนิยายเรื่องค่าของคน

ค่าของคนนั้นเป็นเรื่องราวของลักษณ์ลูกชายคนเดียวของท่านทูตผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ดังนั้นชีวิตของเขาจึงเป็นชีวิตที่ต้องติดสอยห้อยตามครอบครัวไปยังประเทศต่างๆ อยู่เสมอจนใครๆ ต่อใครที่รู้จักต่างอิจฉาแต่จะมีสักกี่คนเล่าที่รู้ว่าชีวิตของเขานั้นมันช่างไม่นาพิสมัยเลยเพราะเนื่องจากความไม่ลงรอยกันเสมอๆ ระหว่างตัวของเขาเองกลับพ่อและเมื่อทั้งหมดได้กลับมาประจำการในประเทศไทยก็ทำให้ความห่างเหินระหว่างลักษณ์กับพ่อของเขาเพิ่มมากขึ้นเพราะเนื่องจากว่าพ่อของเขานั้นไปมีสามีใหม่ทำให้เขาตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอกและกลับมาอีกครั้งเมื่อคราวที่พ่อของเขาใกล้จะสิ้นใจและได้รับรู้ว่าพ่อของเขามีลูกชายอีกคนคือพิมาน

ต่อมาลักษณ์เองมีเหตุต้องไปคุยกับรจเรจคนรักของพิมานพร้อมกับใช้เงินจ้างให้เธอออกไปจากชีวิตน้องชายเหมือนอย่างที่เขาเคยใช้เงินทำทุกสิ่งแต่กลับกลายเป็นว่าเงินของเขานั้นไม่สามารถซื้อศักดิ์ศรีความเป็นคนของเธอได้ทำให้ลักษณ์ต้องใช้ทุกวิถีทางที่จะให้รจเรจออกไปจากชีวิตของพิมาน

ตะวันทอแสง

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับนิยายเรื่องหนึ่งของนักประพันธ์เอกฝีมือเยี่ยมซึ่งก็คือปิยะพร ศักดิ์เกษม เจ้าของผลงานนิยายเรื่อง “ตะวันทอแสง” ที่ได้รับความนิยมและโด่งดังจนถึงขั้นนำไปทำเป็นละครโทรทัศน์ถึง 2 ครั้ง 2 คราวด้วยกัน

ตะวันทอแสงนั้นเป็นเรื่องราวของภัคพงษ์ผู้ชายที่เพียบพร้อมด้วยทุกอย่างทั้งหน้าตา รูปร่าง ฐานะ และหน้าที่การงานเรียกได้ว่ามีทุกอย่างครบถ้วนขาดแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือความรักที่เขาโหยหามานานแสนนาน

สาเหตุที่เขาขาดแคลนความรักนั้นก็เนื่องมาจากว่าปมในวัยเด็กที่เขาเองถูกแม่แท้ๆ ทิ้งไปตั้งแต่เด็กจึงทำให้เขาเกลียดผู้หญิงและความรักเป็นที่สุดเพราะเนื่องจากว่าเขาเองคิดว่าผู้หญิงทุกคนนั้นต้องเป็นเช่นเดียวกับแม่ของเขาจนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้มาพบกับรสามัณฑนากรที่มาตกแต่งบ้านให้กับเขา เขาเองก็เริ่มเห็นความพิเศษในตัวของผู้หญิงคนนี้และถึงแม้ว่าจะมีการปะทะคารมกันบ้างตามนิสัยของเขาเองก็ตามทีแต่ในท้ายที่สุดแล้วทั้งเขาและเธอก็ได้เข้าใจกันดีและได้ครองรักกันในที่สุด

แต่ความรักที่เขาได้จากรสามันก็ยังไม่สามารถลบล้างความแค้นที่เขามีต่อแม่บังเกิดเกล้าที่ทิ้งเธอไปได้เพราเขาเองต้องจากรสาไปเพื่อไปทำภารกิจแก้แค้นแม่ของเขาให้ได้รับความเจ็บปวดดังที่เขาได้รับ

การแก้แค้นของภัคพงษ์จะสำเร็จหรือไม่และรสาเองจะเยียวยาภัคพงษ์เช่นไร ติดตามอ่านได้ครับในนิยายเรื่องนี้

เหยียบเรือสองแคม

ถึงแม้ว่าผมจะบอกว่าผู้จัดละครสมัยนี้ชอบที่จะซื้อลิขสิทธิ์นิยายวัยรุ่นสมัยใหม่มาทำเป็นละครมากขึ้นก็ตามทีแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเหล่านั้นจะไม่สนใจนิยายจากนักเขียนรุ่นเก่านะครับเพราะถ้าเทียบสัดส่วนกันระหว่างนิยายรุ่นใหม่ที่นำมาทำเป็นละครกับนิยายของนักเขียนชั้นครูแล้วถึงอย่างไรปริมาณของนิยายอย่างหลังย่อมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเพียงแต่เพื่อให้มีทางเลือกในการทำละครและเกาะกลุ่มคนดูให้มากขึ้นดังนั้นผู้จัดเหล่านี้จึงได้นำเอานิยายวัยรุ่นสมัยใหม่เข้ามาเสริมทัพเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดนั่นเองครับเพราะเด็กวัยรุ่นสมัยนี้นั้นเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงมากครับ

การจัดสัดส่วนของนิยายที่นำมาทำเป็นละครระหว่างนิยายรุ่นเก่าที่เราเคยชินกับนิยายวัยรุ่นสมัยใหม่นั้นโดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 5 : 1 หรือ 7 : 1 ครับเพื่อให้เกิดความสมดุลโดยหากเป็นนิยายแบบเดิม แบบเก่าจะเลือกออกอากาศฉายในวันธรรมดาส่วนถ้าหากเป็นนิยายวัยรุ่นก็จะเลือกออนแอร์ในวันเสาร์อาทิตย์เป็นหลักเพราะเนื่องจากเป็นวันที่เด็กหยุดเรียนนั่นเองครับ

ถ้าจะถามผมว่าเหตุใดผู้จัดยุคใหม่จึงเลือกที่จะทำละครจากนิยายวัยรุ่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าผู้จัดเหล่านี้กำลังมองหากลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่เพราะนิยายแบบเก่านั้นโดยมากมักจะมีเนื้อหาแบบเดิมๆ ซ้ำ หรือไม่ก็นำมารีเมคกันเป็นสิบๆ รอบจนคนดูจำได้แถมไม่มีอะไรใหม่เพิ่มขึ้นดังนั้นการนำเอานิยายแนวใหม่เข้ามาทำก็อาจจะมีคนให้ความสนใจมากขึ้นแถมยังได้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่อีกด้วย